“ระดับมันต่างกันเกินไป” : เก็บตกประเด็นร้อนหลังเกมเชลซี พังคารัง

เก็บตกประเด็นร้อนหลังเกมเชลซี-พังคารัง

1. รูปเกมที่ เรือใบ เหนือกว่าโดยสิ้นเชิงบทความที่เกี่ยวข้อง

แม้เกมนี้สุดท้ายผลสกอร์จะจบลงที่ 1-3 ซึ่งมันอาจจะดูไม่ขาดลอยอะไรมากนัก แต่หากใครได้ดูเกมจะเห็นได้ชัดเจนว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กุมทุกอย่างเอาไว้ในกำมือได้ทั้งหมดตลอด 90 นาที ชนิดที่เห็นความแตกต่างแบบชัดเจนจนเรียกได้ว่า “คนละชั้น” โดยช่วง 10 นาทีแรกเจ้าบ้านยังพอเล่นได้สูสีแต่หลังจากทีมของ เป๊ป ตั้งเกมได้

พวกเขาก็ไล่กดดันไล่เพลสซิงนักเตะ เชลซี จนไปไม่เป็น และเป็นที่มาของทั้ง 3 ประตูตั้งแต่ช่วงครึ่งเวลาแรก ดีที่ 45 นาทีหลังทีมเยือนตัดสินใจเปลี่ยนแทคติกเน้นครองบอลอย่างรัดกุมมากยิ่งขึ้น มิฉนันเกมอาจไม่จบที่แค่ 3 ประตูอย่างนี้ก็เป็นได้

2. แนวรับ เชลซี เละไม่เป็นท่า

เกมนี้แนวรับที่ขึ้นชื่อเรื่องพละกำลังและความแข็งแกร่งของ เชลซี กลับถูกแทคนิคและความคล่องตัวของผู้เล่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เล่นงานอย่างหนักหน่วงจนดูไม่จืด ทั้ง เคิร์ท ซูมา ที่ว่าแข็งแกร่ง ติอาโก้ ซิลวา ที่ประสบการณ์สูงทางบอลดี ยังถูกความสามารถเฉพาะตัวของเหล่าแนวรุก เรือใบ สอนเชิงจนแทบไม่ได้พัก

หรือแม้แต่ เอ็นโกโล ก็องเต้ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการไล่ตัดเกมและพลังที่ไม่มีวันหมด ยังถูกเหล่าแดนกลางระดับเวิล์ดคราสของผู้มาเยือนพาทัวร์ชนิดที่เล่นผิดฟอร์มไปหมดจนต้องถูกถอดออกไปในที่สุด

3. “ติกิ ตาก้า” เรียกความมั่นใจ

หลังจากช่วงที่ผ่านมา แมนฯ ซฺตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ประสบปัญหาเรื่องการจบสกอร์ไปพักใหญ่จนผลงานอาจผิดไปจากความคาดหวังของแฟน ๆ แต่วันนี้ทุกอย่างกลับต่างออกไป หนึ่งในนั้นอาจเป็นเพราะ เชลซี เลือกที่จะเปิดเกมบุกแลกหมัดกับพวกเขา ทำให้พื้นที่ในแนวหลังเปิดค่อนข้างกว้าง แถมแนวรับเจ้าถิ่นยังประกบตัวค่อนข้างห่างจึงทำให้บรรดาผู้เล่นความสามารถสูงของทีมเยือนมีโอกาสได้ฉายแสงอย่างเต็มที ชนิดที่สามารถเล่น “ติกิ ตาก้า” เป็นลิงชิงบอลกันเพลินตลอดช่วง 45 นาทีหลัง เอาซะแข้ง สิงห์บลู หาบอลไม่เจอไปหลายนาที

ซึ่งจากฟอร์มอันดุดันขนาดนี้คาดว่า พลพรรคเรือใบสีฟ้า น่าจะเรียกความมั่นใจกลับมาและคืนฟอร์มเก่งเพื่อกลับไล่ล่าแชมป์อย่างเต็มตัวได้อีกครั้ง

4. หลายทีมอาจถึงเวลา #SaveLampard

จากผลงานในช่วงหลังที่เริ่มมีข่าวลือถึงการปลดผู้จัดการทีมตำนานสโมสรคนปัจจุบันอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด หนาหูขึ้นเรื่อย ๆ แถมความปราชัยในนัดนี้ยังส่งผลให้ 6 นัดในลีกหลังสุด สิงโตน้ำเงินคราม แพ้ไปถึง 4 และชนะเพียงเกมเดียวเท่านั้น หล่นมาอยู่อันดับ 8 มีแต้มห่างจากหัวตาราง 7 คะแนนแถมยังแข่งมากกว่า 1 นัด

ทางทฤษฎีแน่นอนพวกเขายังสามารถกลับไปมีลุ้นแชมป์อีกครั้งถ้าสามารถเร่งฟอร์มกลับมาได้ทันเวลา แต่อย่างที่ทราบกันนี้ว่าระดับ “เสี่ยหมี” โรมัน อับราโมวิช ไม่เคยให้โอกาสใครนาน ๆ อยู่แล้ว ยิ่งเจ้าตัวลงทุนลงแรงไปมากในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ผลงานกลับผิดคาดไปไกลขนาดนี้ จึงเป็นไปได้สูงที่ ป๋าแลมพ์ อาจอยู่ไม่ครบฤดูกาล 2020/21 นี้ก็เป็นได้